ข้อสอบเตรียมทหาร โรงเรียนเตรียมทหาร สร้างสุภาพบุรุษผู้นำ

ข้อสอบเตรียมทหาร โรงเรียนเตรียมทหาร สร้างสุภาพบุรุษผู้นำ โรงเรียนเตรียมทหาร ถือเป็นสถาบันในฝันของเด็กชายหลายๆ คนที่อยากสวมเครื่องแบบ 4 เหล่าทัพ เป็นด่านแรกของการเตรียมความพร้อมสู่อาชีพทหาร ตำรวจ ซึ่งเมื่อพูดถึงนักเรียนเตรียมทหาร หลายคนคงนึกภาพนักเรียนชายผมเกรียน ใส่เครื่องแบบ เดินตัวตรง ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ณัฐพงศ์ เลิศประสิทธิ์ หัวหน้านักเรียนเตรียมทหารเหล่าทหารเรือ รุ่น 56 มาเผยชีวิตภายในรั้วเตรียมทหาร ณ จ.นครนายก ว่าสามารถหล่อหลอมให้เขาเป็นสุภาพบุรุษผู้นำ เทิดทูนชาติศาสน์ กษัตริย์ ยิ่งชีพได้อย่างไร

ร.ร. เตรียมทหาร เส้นทางสานฝัน
ผมอยากเป็นทหารเรือตั้งแต่เด็ก เพราะบ้านอยู่สมุทรปราการ ที่ตั้งโรงเรียนนายเรือ เห็นทหารเรือแต่เด็กก็รู้สึกชอบ แต่ผมยังไม่รู้แนวทางว่าจะทำยังไงถึงได้เป็นทหาร ช่วงผมอยู่ ม.3 ก็ได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครองให้มาสอบที่ ร.ร.เตรียมทหาร ตอนแรกผมก็ไม่ทราบว่าที่นี่เป็นอย่างไร พ่อก็พาไปติวที่โรงเรียนกวดวิชา ซึ่งมีอาจารย์มาแนะแนวข้อมูลเกี่ยวกับ ร.ร.เตรียมทหาร และอาชีพทหารว่าจบไปทำอะไร

การเตรียมตัวสอบทั้งด้านวิชาการและด้านร่างกาย
มีการเตรียมร่างกายและก็อ่านหนังสือเยอะๆครับ แต่ไม่ได้อ่านตอนใกล้สอบนะครับ ผมก็จะอ่านตั้งแต่ต้นปีอ่านไปเรื่อยๆแล้วก็จะทบทวนซ้ำไปซ้ำมา ที่สำคัญที่สุดคือการทำโจทย์ครับ ถ้ายิ่งทำมากก็จะได้ประสบการณ์มากครับ ผมก็ซื้อหนังสือมาทำโจทย์หลายเล่มครับ

การสอบมี 2 รอบ รอบแรกเป็นการสอบวิชาการ เหมือนสอบเข้า ม. 4 คือสอบวิชาคณิตศาสตร์ อังกฤษ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สังคม ทำข้อสอบ 4 ชุดของ 4 เหล่า ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ สอบคนละวันกันครับ แต่ละเหล่าข้อสอบยากง่ายต่างกัน วัตถุประสงค์การคัดเลือกแต่ละเหล่าก็ต่างกัน โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าข้อสอบเหล่าทหารอากาศยากที่สุดครับ

การสอบรอบ 2 เป็นการสอบพละ โดยจะแยกสอบแต่ละเหล่า ถ้าคะแนนสอบรอบแรกของเราผ่านทั้ง 4 เหล่า เราก็สามารถไปสอบพละได้ทั้ง 4 เหล่าเลย หรือจะเลือกสอบเฉพาะเหล่าที่เราต้องการก็ได้ มีการทดสอบร่างกาย เช่น ดึงข้อ วิ่ง 50 เมตร วิ่ง 1,000 เมตร ลุกนั่ง กระโดดไกล ว่ายน้ำ 50 เมตร ซึ่งจะมีเกณฑ์คะแนนของแต่ละเหล่าอยู่แล้ว จากนั้นก็จะมีสัมภาษณ์ครับ แล้วก็ตรวจร่ายกาย ถ้าสายตาสั้นหรือเป็นโรคที่แต่ละเหล่าทัพกำหนด ก็จะไม่ผ่านครับ สอบเสร็จแล้วจะประกาศคะแนน และให้เราเลือกว่าจะอยู่เหล่าไหนครับ

ก้าวแรกในโรงเรียนเตรียมทหารกับการปรับตัว
วันแรกจะมีรุ่นพี่เตรียมทหารมาต้อนรับ เราต้องมาอยู่โรงเรียนประจำ ไม่เจอพ่อแม่ ในรุ่นมีประมาณ 600 คนที่มาอยู่รวมกัน ต่างคนก็ต้องต่างปรับตัว แต่ละคนพื้นฐานไม่เหมือนกัน ช่วงแรกก็ปรับตัวค่อนข้างยากครับ ต้องเจอกับการฝึก การเรียนและสภาวะต่างๆ ที่ผู้บังคับบัญชาสอนให้ครับ ก็คิดถึงบ้านบ้าง แต่ทางโรงเรียนให้กลับบ้านได้ทุกอาทิตย์ พออยู่ไปนานก็เริ่มปรับตัวเข้ากับเพื่อนได้ แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะเรารู้ว่าจะต้องมาเจออะไรบ้าง มีไปปรึกษาอาจารย์ว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ก็จะเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย และอ่านหนังสือเยอะๆ เพราะเราฝึกหนัก จะไม่มีเวลาอ่านหนังสือ ก็เลยเตรียมตัวจากข้างนอกเลย

เราจะเรียนตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น เรียนวิชาการ 4 วัน และมีวันฝึก 1 วันครับ ซึ่งการเรียนวิชาการก็จะเหมือนเรียนสายวิทย์ คณิต จะเน้นวิชาฟิสิกส์และเคมี เพราะเหล่าทัพจะจบไปในสาขาวิศวกรรมครับ ส่วนวันฝึก มีการฝึกที่กองพละช่วงเช้า เหมือนไปเรียนพละครับ ช่วงบ่ายก็จะไปฝึกที่กองวิชาทหาร ให้ความรู้วิชาชีพทหาร ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เช่น การโดดหอ ยิงปืน การเดินทางไกล การพักแรมในป่า แล้วก็พอตอนเย็นก็จะมาฝึกต่างๆ ที่โรงเรียนจัดให้ครับ

ช่วง 2 ปีแรกจะฝึกรวมกัน จะมาฝึกแยกตามเหล่าตอนปี 3 ครับ อย่างวิชาชีพของทหารเรือ เช่น เรียนขนบธรรมเนียมของทหารเรือ เรียนเป่านกหวีด การใช้ธง การผูกเชือก ผูกเงื่อน เพื่อนำไปต่อยอดที่โรงเรียนเหล่าครับ

โรงเรียนเตรียมทหาร…เปลี่ยนชีวิต
เรารู้สึกว่าเราไม่เหมือคนก่อน สิ่งแรกที่ถูกปลูกฝังอย่างชัดเจน คือเรื่องระเบียบวินัย สังเกตได้จากตอนที่กลับบ้าน พ่อแม่หรือคนรอบข้างจะทักถึงความเปลี่ยนแปลงของเราว่าดูมีระเบียบมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการกิน เดิน นอน นั่ง ในเรื่องของอุดมคติก็เปลี่ยนไปด้วยครับ เขาจะสอนให้รักชาติ มีความสามัคคี ซื่อสัตย์ นายทหารปกครองจะมีการยกตัวอย่างให้เห็นถึงความเชื่อมโยงว่าถ้าเราทำผิดตอนเป็นนักเรียน ก็จะเดือดร้อนตัวเรา แต่ถ้าเราออกไปสู่สังคมข้างนอกและทำผิด ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับคนอื่นๆ และประเทศชาติอย่างไร อย่างเรื่องความสามัคคี ก็จะเน้นมากครับ เราอยู่กันเป็นหมู่คณะต้องมีความสามัคคีกันมาก

เรียนหนัก ไม่เคยท้อ รุ่นพี่เป็นหนึ่งในกำลังใจที่ดี
ไม่เคยท้อแท้ต่อการฝึกและการเรียนครับ ถึงแม้จะอ่านหนังสือไม่ทัน เรียนหนัก ก็ต้องหาเวลาให้ตัวเอง เวลากลับบ้านไปก็ต้องไปเรียนเพิ่มเติม หาหนังสือมาอ่าน เพราะเรารู้เป้าหมายตัวเองว่าถ้าจบไปจะเจออะไรบ้าง ต้องหาความรู้เพิ่มเติม

สำหรับกำลังใจที่ดีที่สุดก็คือ พ่อแม่แล้วก็รุ่นพี่ที่โรงเรียนครับ เรามีระบบพี่รหัส น้องรหัส รุ่นพี่จะคอยเอาใจใส่ดูแล ให้กำลังใจ เอาหนังสือเรียนมาให้ ผมก็รู้สึกดีมาก

พิธีการสร้างสามัคคี
นักเรียนใหม่ที่เข้ามา จะมีพิธีจักรดาว คือสัญลักษณ์ประจำโรงเรียนที่พี่รหัสจะมามอบให้น้องรหัส มีการทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้เราสนิทกับรุ่นพี่มากครับ

พิธีที่ประทับใจสำหรับผมคือพิธีรับแหวนรุ่นครับ ตอนแรกที่เข้ามาจะถูกเรียกว่า นักเรียนใหม่ จะเป็นช่วงประมาณ 18 สัปดาห์ ที่ยังไม่ค่อยรู้อะไร พอหลังจากผ่านพิธีรับแหวนรุ่นแล้ว เราก็จะกลายเป็นนักเรียนทหารอย่างเต็มตัว มีรุ่นแล้ว รุ่นพี่ยอมรับแล้ว วันที่มารับแหวน รุ่นพี่ก็จะมายืนโบกมือให้ ก็รู้สึกภูมิใจมากครับ

สิ่งที่หาไม่ได้จากที่อื่นนอกจากโรงเรียนเตรียมทหาร
ตอนแรกที่เข้ามา เคยคิดว่า ทำไมเราไม่มีชีวิตที่สบายเหมือนนักเรียนคนอื่น แต่พอได้เรียนแล้วก็พบคำตอบกับตัวเอง เราได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากที่นี่ เป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากที่ไหนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ปลูกฝังกันมานาน รุ่นพี่ รุ่นน้อง เพื่อนๆ ที่นี่จะสนิทกันมาก เราสามารถคุยได้กับทุกรุ่น รุ่นเรา 600 คน รู้จักกันหมด ทำอะไรก็ทำด้วยกัน ผิดก็ผิดด้วยกัน เป็นการปลูกฝังให้เกิดความสามัคคี ความรักในสถาบัน นอกจากนี้ เราได้ฝึกความอดทนอดกลั้น ความมีวินัย การใช้ชีวิตต่างๆ ในสภาวะกดดัน ที่เราได้ประสบการณ์มากกว่าที่อื่น

ฝากถึงน้องที่สนใจเข้าเตรียมทหาร
อยากฝากถึงน้องๆที่สนใจเข้าเตรียมทหาร จะต้องเตรียมความรู้ด้านวิชาการ โดยควรเตรียมถึงตอน ม.ปลายเลยครับเพราะเราต้องได้ใช้อยู่แล้ว แล้วก็หาความรู้เพิ่มเติม หาหนังสือมาอ่าน ไปเรียนพิเศษ และที่สำคัญคือสภาพร่างกายและจิตใจก็ต้องพร้อม ถ้าเราเตรียมมาไม่พร้อมเราอาจจะคิดว่าเราไม่เหมาะสำหรับสถาบันแห่งนี้ แต่สำหรับผมผมคิดว่าสถาบันแห่งนี้ดีที่สุดที่ผมเคยเรียนมาครับ เพราะว่าสอนหลายอย่างมากเลยครับ ขอฝากไว้ว่า หากน้องๆตั้งใจเข้ามาแล้วก็อย่าทิ้งความตั้งใจนั้น ทุกอย่างมีเหตุมีผลของมัน ขอให้น้องตั้งใจต่อไป