ดูเตร์เตสั่งกองทัพฟิลิปปินส์ เพิ่มการบดขยี้อาบูไซยาฟ

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต สั่งกองทัพฟิลิปปินส์เพิ่มความรุนแรงในการ “บดขยี้” กองโจรอาบู ไซยาฟ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดโบสถ์บนเกาะมินดาเนา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่าประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต และนายเดลฟิน ลอเรนซานา รมว.กระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่เมืองโจโล ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดซูลู และปัจจุบันเป็นหนึ่งในเกาะย่อยของเขตปกครองตนเองมินดาเนา เมื่อวันจันทร์ โดยมุ่งไปยังเขตใจกลางเมืองซึ่งเกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งภายในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โจมตีโบสถ์คาทอลิกประจำเมือง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 คน ในจำนวนนี้เป็นทหาร 5 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 100 คน

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่และเดินทางไปให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล ผู้นำฟิลิปปินส์เดินสำรวจทุกซอกมุมของโบสถ์ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงระเบิด และประกาศให้กองทัพเพิ่มความรุนแรงของ “การบดขยี้” กองโจรอาบู ไซยาฟ ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงประเมินว่าเหลืออยู่เพียง 300 ถึง 400 คน และส่วนใหญ่กบดานอยู่ในจังหวัดซูลู แม้กลุ่มไอเอสออกมารับสมอ้างว่าอยู่เบื้องหลัง แต่รัฐบาลมะนิลาเชื่อมั่นว่าเป็นฝีมือของกลุ่มอาบู ไซยาฟโดยตรง  หรือกลุ่ม “อาจัง-อาจัง” ซึ่งเป็นเครือข่ายอีกชั้นหนึ่งของอาบู ไซยาฟ
 
ด้านลอเรนซานากล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าว “ไม่ใช่สงครามศาสนา” แต่เป็น “การก่อการร้าย” โดยเหตุก่อการร้ายครั้งรุนแรงที่สุกจากฝีมือของกลุ่มอาบู ไซยาฟ ในประวัติศาสตร์ของฟิลิปปินส์ คือการวางระเบิดเรือเฟอร์รีที่อ่าวมะนิลา เมื่อปี 2547 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 116 คน

ขณะที่ผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณแรกขอบความท้าทายต่อคณะผู้บริหารเขตปกครองตนเองบังซาโมโร ที่จะเป็นการแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งของกลุ่มหมู่เกาะมินดาเนา ซึ่งเป็นผลจากการเจรจาระหว่างรัฐบาลกลางในกรุงมะนิลากับแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร ( เอ็มไอแอลเอฟ ) ที่ใช้เวลานานถึง 10 ปี จนมีการลงนามร่วมกันเมื่อปี 2557 และมีการลงประชามติรับรองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยจังหวัดซูลูจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองตนเองแห่งใหม่นี้ ที่จะสถาปนาอย่างเป้นทางการภายในปี 2565.