รักลูกด้วยรัก และเข้าใจ

วัยรุ่นเป็นวัยที่มีปัญหาสุขภาพจิตได้มากที่สุดช่วงวัยหนึ่ง โดยแสดงออกในลักษณะของอาการดื้อ ไม่เชื่อฟัง ละเมิดกฎเกณฑ์กติกาต่างๆ ซึ่งระยะยาวหากไม่ป้องกันจะกลายเป็นปัญหาสังคมขนาดใหญ่ที่แก้ไขยาก

รักลูกด้วยรัก และเข้าใจ

พญ.เพียงทิพย์ หังสพฤกษ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น จากโรงพยาบาลมนารมย์ บอกว่า ปัญหาด้านการแสดงออกทางพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของวัยรุ่นในสังคมไทยกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งสังคมเมืองและต่างจังหวัด ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจากปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชนที่ไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

“เด็กยุคนี้มีพฤติกรรมต่างไปจากเด็กยุคก่อนๆ รู้จักผิดชอบชั่วดีน้อยลง ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตัวเอง ทั้งที่พ่อแม่ก็เตือนก็ห้าม แต่กลับเลือกที่จะแสดงออกในทางที่ไม่ถูกต้อง เพียงเพราะค่านิยมในเรื่องเทคโนโลยีและความทันสมัยของสังคม” จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นอบรม จากประสบการณ์เธอพบว่า เด็กที่มีความสามารถในการยับยั้งชั่งใจต่ำ ส่วนมากมักจะมีประวัติได้รับการกระทบกระเทือนหรือป่วยเกี่ยวกับสมองมาก่อน เช่น โรคสมาธิสั้น ออทิสติก หรือการขาดทักษะทางสังคม ซึ่งอาการที่แสดงออกจะเป็นในรูปของการแสดงออกที่อดเสียมิได้ไปทุกอย่าง ทั้งที่รู้ว่าพ่อแม่ห้าม เช่น อดเล่นเกมไม่ได้ อดโดดเรียนไม่ได้ อดที่จะขโมยเงินพ่อแม่ไม่ได้ อดที่จะไปเที่ยวกับเพื่อนไม่ได้ เป็นต้น

ต้นเหตุที่ทำให้เด็กวัยรุ่นยุคใหม่แสดงออกในทางที่ไม่เหมาะสม ส่วนหนึ่งมาจากพ่อแม่ที่ไม่ปลูกฝังลูกตั้งแต่ยังเล็ก โดยเฉพาะในด้านความพึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ รวมถึงการรู้เท่าทันสื่อที่นำเสนอสินค้าทันสมัยตลอดเวลาโดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยี เครื่องประดับที่หันมาทำตลาดเจาะกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น กระแสวัตถุนิยมของสังคม ไม่เพียงทำให้ผู้ใหญ่เกิดความแข่งขันอวดมั่งอวดมี แต่ยังแผ่กระจายไปยังสังคมเด็กด้วย เด็กที่บ้านมีฐานะมั่งมีก็ซื้อมาอวดเพื่อนที่โรงเรียน เด็กที่บ้านไม่มีฐานะก็อยากจะมีกับเขาด้วย

ผลสุดท้ายคือพ่อแม่ที่มีครอบครัวยากจนด้วยความรักลูกก็ต้องก็หนี้ยืมสินมาซื้อให้ด้วยความรักลูก บ้านไหนพ่อแม่ไม่ให้ลูก เด็กก็เลือกที่จะขโมยทรัพย์สินของคนอื่นมาเป็นของตัวเองเพื่อไม่ให้น้อยหน้าเพื่อนเหมือนนิยายน้ำเน่าทางทีวี ทว่า ตัวอย่างปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย

จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น จากโรงพยาบาลมนารมย์ยกตัวอย่างกรณีเด็กวัยรุ่นมีเซ็กซ์ก่อนวัยอันควรถือเป็นพฤติกรรมหนึ่งที่เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องมาจากกระแสนิยมดังกล่าว เมื่อรวมกับปัญหาครอบครัวของพ่อแม่จึงเกิดเป็นปัญหาสังคมขนาดใหญ่

ที่จริงแล้วธรรมชาติของวัยรุ่นอยู่ในช่วงที่อยากรู้อยากเห็น จึงขาดความยับยั้งชั่งใจถึงปัญหาที่อาจเกิดตามมา นักจิตวิทยาแนะว่าครูควรเข้ามามีบทบาทในการให้ความรู้โดยตรง ด้วยการปรับเนื้อหาการสอน จากเดิมที่สอนแต่เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ถูกวิธี ให้เพิ่มเนื้อหาส่วนที่ได้รู้จักกับปัญหาของการมีครอบครัวเมื่อไม่พร้อมในสถานการณ์ปัจจุบันไปด้วย เพื่อให้เขาได้เรียนรู้ว่า ชีวิตจริงจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง และหากเข้าต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นโดยไม่ตั้งใจจะมีวิธีรับมือกับปัญหาอย่างไร หรือหลีกเลี่ยงที่จะปฏิเสธเพื่อนอย่างไร

“การแก้ปัญหาพฤติกรรมของเด็กที่เกิดขึ้นในสังคมไทยทุกวันนี้ต้องเริ่มจากการปลูกฝังเด็กตั้งแต่ยังเล็กให้รู้จักพอ และควรเริ่มจากพ่อแม่ด้วยการย้อนมองปัญหาตัวเองว่ามีปัญหาอะไรบ้างจากนั้นค่อยๆ หาทางแก้ไขปัญหาทีละเรื่อง จากเรื่องที่สำคัญที่สุดไปสู่เรื่องที่สำคัญน้อย เพื่อลดความกดดันที่จะเกิดขึ้นกระทั่งส่งผลไปยังลูก” จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กล่าว

ทุกปัญหามีทางออกเสมอ วิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดอาจเล่าให้คนใกล้ชิด ญาติ พี่น้อง หรือเพื่อนร่วมงานฟัง แต่หากกรณีที่แก้ไม่ตก จริงๆ ก็ควรพบจิตแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำในด้านการจัดการความคิดที่ถูกต้อง

ที่ผ่านมาการพบจิตแพทย์มักเป็นทางเลือกสุดท้ายที่หลายคนนึกถึง เพราะกลัวคนอื่นมองตัวเองว่าเป็นโรคจิตผิดปกติ ซึ่งสุดท้ายเขาเองอาจพลาดสำหรับการแก้ไขปัญหาบางเรื่องที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของนักจิตวิทยาก็ได้

“การแก้ปัญหาที่ต้นตอจะลดความตึงเครียดหรือความกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขก่อนที่ผลของความเครียดจะส่งผลมายังเด็กจนพฤติกรรมการแสดงออกของเขาเปลี่ยนในที่สุด” จิตแพทย์ กล่าวและว่าครอบครัวที่สุ่มเสี่ยงควรหันมาเริ่มเอาใจใส่เด็กอย่างจริงจัง ใช้เวลาอยู่กับลูกให้มาก ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ และสอนให้เขารู้จักกฎเกณฑ์กติกาอยู่เสมอ เพื่อการมีส่วนรับผิดชอบเวลาที่ต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมส่วนรวมระยะยาว